ทล.ก่อสร้าง ทล.4 สายบ้านตำหนัง- แยกโคกเคียน ระยะทาง 8.5 กม. งบประมาณ 648.8 ล้านบาท แล้วเสร็จ ยกระดับคมนาคมอันดามัน เพิ่มความปลอดภัย รองรับการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมในอนาคต หนุนเมืองท่องเที่ยวโต
กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินโครงการก่อสร้าง ทล.4 (ถนนเพชรเกษม) สายบ้านตำหนัง – แยกโคกเคียน ตอน 2 พื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรแล้ว เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมฝั่งอันดามัน รองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการฯ ดำเนินการระหว่าง กม. ที่ 53+500 – 762+000 ระยะทาง 8.5 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 648.8 ล้านบาท โดยขยายทางจากเดิมขนาด 2 เป็น 4 ช่องจราจร ตามมาตรฐานทางชั้นพิเศษ แบ่งทิศทางการเดินรถข้างละ 2 ช่องจราจร ผิวทางแบบแอสฟัลท์คอนกรีต ขนาดช่องจราจรกว้างข้างละ 3.50 เมตร พร้อมไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร แบ่งทิศทางการเดินรถด้วยกำแพงคอนกรีตชนิดฐานสองด้าน รวมทั้งติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกะพริบเตือนตลอดแนวเส้นทาง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและเสริมความปลอดภัยในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
พื้นที่โครงการฯ ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งมีปริมาณการจราจรหนาแน่น เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงรองรับรถโดยสารและการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดภูเก็ต ระนอง และชุมพร อีกทั้งพื้นที่โดยรอบมีการขยายตัวของชุมชน เศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี โครงการฯ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทางและการขนส่ง ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนและภาคธุรกิจ เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการสัญจร ตลอดจนช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้ฝั่งอันดามันในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จากการปรับปรุงระบบระบายน้ำและรูปแบบโครงสร้างทางใหม่ ช่วยยกระดับทัศนียภาพและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับชุมชนสองข้างทาง รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมสายหลักของภาคใต้ฝั่งอันดามัน รองรับการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมในอนาคต ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายด้านเศรษฐกิจและการลงทุนที่สำคัญ อีกทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มศักยภาพ ในการรองรับปริมาณการจราจรให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางให้กับผู้ใช้เส้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ



