ยังมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจขนส่งยั่งยืนในวันนี้สู่อนาคตธุรกิจที่เหนือกว่า (Sustainable Transport – Now and Beyond) สำหรับค่ายรถใหญ่สแกนเนียผู้นำยนตรกรรมรถใหญ่ระดับโลกจากสวีเดนที่ได้อยู่เคียงข้างการขนส่งในไทยมาครบ 35 ปีในปี 64
ล่าสุดเผยทิศทางธุรกิจรถบรรทุกมือสองอีกทางเลือกช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เติบโตต่อเนื่องถึง 10 % มีมูลค่ายอดขาย50 ล้านบาท ชี้มีจุดเด่นเจ้าเดียวในไทยที่มีไฟแนนซ์เป็นของตัวเอง ดูแลลูกค้าได้ดีกว่า ยืดหยุ่นกว่า การันตีลูกค้าจะได้รับรถที่มีคุณภาพ ราคาย่อมเยาเสมือนเป็นรถมือหนึ่งสแกนเนีย ย้ำปีหน้านำเสนอ“สัญญาการให้บริการ”เพิ่มความเชื่อมั่นช่วยลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
คุณยุทธนา มหาวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขายรถบรรทุกมือสอง บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่าการทำตลาดรถมือสองนับเป็นหนึ่งในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งสแกนเนียได้พยายามที่จะเข้าถึงในทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์ และงานบริการเพื่อความเหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจ และการใช้งานของลูกค้า ให้ลูกค้าสะดวกในการรับบริการครบวงจรในที่เดียว โดยการเข้ามาในตลาดรถบรรทุกมือสองถือได้ว่าเป็นตลาดกลุ่มที่กำลังเติบโตในประเทศไทย
“สำหรับการเปิดตลาดรถบรรทุกมือสองในประเทศไทยได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2015 โดยบริษัทแม่ที่สวีเดนได้มองเห็นถึงศักยภาพตลาดรถบรรทุกในประเทศไทยที่มีความแข็งแกร่ง และยังมีแนวโน้มในการขยายตัวที่ดี โดยในปีนี้มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 30 คัน แต่ถือว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง คิดเป็น 10% มีมูลค่ายอดขายประมาณ 50 ล้านบาท จากราคารถมือสองของสแกนเนียโดยเฉลี่ย 2 -2.5 ล้านบาทต่อคัน”
เจ้าเดียวในไทย!ที่มีไฟแนนซ์เป็นของตัวเอง ดูแลลูกค้าได้ดีกว่า ยืดหยุ่นกว่า
คุณยุทธนา ยังระบุถึงแนวทางการทำตลาดรถบรรทุกมือสองในประเทศไทยว่ามีความแตกต่างจากประเทศในแถบยุโรป เพราะกฎหมายในยุโรปมีการกำหนดการใช้งานของรถบรรทุกเอาไว้ไม่เกิน 5-6 ปี แต่สำหรับประเทศไทยการใช้งานรถแต่ละคันจะใช้กันเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งทางสแกนเนียต้องนำมาคำนวณหาความเหมาะสมของราคาต่อสภาพรถที่แท้จริงก่อนที่จะนำเสนอแก่ลูกค้า โดยสต็อกรถบรรทุกมือสองได้มาจาก 3 แหล่งด้วยกัน คือ 1. เป็นรถจากไฟแนนซ์สแกนเนีย สยามลิสซิ่ง 2. เป็นรถบรรทุกที่เกิดจากการเทิร์นของลูกค้า อายุของรถอยู่ประมาณ 6 – 8 ปี และ 3. ลูกค้านำรถมือสองมาขายให้กับแผนกรถมือสอง
“หากเทียบกับรถมือสองของแบรนด์ฝั่งยุโรป ทางสแกนเนียมีจุดเด่นอยู่ที่เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่มีไฟแนนซ์เป็นของตัวเองจึงสามารถดูแลลูกค้าได้ดีกว่า ยืดหยุ่นกว่า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถรับบริการอื่นๆ จากสแกนเนียเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อีกหลากหลายบริการ”
การันตีรถคุณภาพ ราคาย่อมเยาเสมือนรถมือหนึ่งสแกนเนีย
คุณยุทธนา ย้ำว่าจุดเด่นของแผนกรถมือสองสแกนเนียที่แตกต่างจากตลาดรถมือสองทั่วไป คือการตรวจสอบเช็คในทุกส่วนของรถด้วยอุปกรณ์และโปรแกรมเฉพาะของสแกนเนีย โดยช่างของสแกนเนียที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีตามมาตรฐาน ซึ่งในการตรวจนี้เรามีเช็คลิสต์ตามมาตรฐานของเราอยู่ที่ 111 รายการ ที่จะต้องเช็คให้อยู่ในสภาพใช้การได้ตามมาตรฐาน และเมื่อมีอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนก็จะเป็นอะไหล่สแกนเนียแท้ 100% ดังนั้นลูกค้าจึงมั่นใจในตัวของช่างว่าเป็นช่างสแกนเนียที่ซ่อมรถสแกนเนียอยู่แล้ว มีประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ทำธุรกิจในประเทศไทย
“ในปีนี้ทางสแกนเนียจะมีการเช็คเปลี่ยนถ่ายโปรแกรมชุดใหญ่(L)เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเกียร์เฟืองท้ายทั้งหมด และทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกครั้งที่เราส่งมอบรถมือสองให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าพร้อมนำรถไปใช้งานอย่างเต็มที่ได้ทันทีหลังรับรถ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเอาไปซ่อมเพิ่ม”
ปีหน้าเสนอ“สัญญาการให้บริการ”ช่วยลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
คุณยุทธนา ทิ้งท้ายว่าจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจรถมือสองสแกนเนียเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ และได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งในปีหน้าจะมีการนำเสนอให้นำเรื่อง “สัญญาการให้บริการ” เข้ามาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นช่วยลูกค้ารถมือสองให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
สำหรับลูกค้าที่สนใจรถสแกนเนียมือสอง สามารถโทรศัพท์สอบถามสแกนเนียมือสองของแท้ได้ที่ คุณยุทธนา 092 223 7544 โดยสแกนเนีย ยังคงมุ่งมั่นเพื่อให้รถของลูกค้าพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มผลกำไรในธุรกิจขนส่งอย่างสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืน “เพราะธุรกิจคุณ สำคัญที่สุด”