ท่ามกลางลมทะเลที่ยังพัดเหมือนเดิม และผืนน้ำที่ยังเป็นแหล่งทำกินของผู้คนมานานนับสิบปี วันนี้ “ชาวประมงคราดปลิงอ่าวไทย” กลับต้องเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อกติกาใหม่จากภาครัฐ กำหนดให้พวกเขาสามารถออกเรือทำการประมงได้เพียง “20 วันต่อปี”
ภาพของกลุ่มชาวประมงจาก 11 จังหวัดอ่าวไทย ที่รวมตัวกันบริเวณลานโพธิ์ กรมประมง ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ แต่คือเสียงสะท้อนของคนทำมาหากิน ที่กำลังถูกจำกัดโอกาสในการดำรงชีวิต
📌ลงทุนหลักล้าน…แต่ทำงานได้ไม่ถึงเดือน
ข้อมูลจากกลุ่มผู้ประกอบการระบุว่า การทำประมงคราดปลิงต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เรือแต่ละลำมีต้นทุนก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ขณะที่อุปกรณ์คราดปลิงเฉลี่ยอีกกว่า 500,000 บาทต่อชุด
การลงทุนดังกล่าว ไม่ได้จบเพียงวันซื้อ แต่ยังมาพร้อมภาระค่าแรงลูกเรือ ค่าจอดเรือ และค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ ที่ต้องแบกรับต่อเนื่องตลอดทั้งปี
แต่เมื่อเงื่อนไขใหม่กำหนดให้ทำประมงได้เพียง 20 วันต่อปี เท่ากับว่าเรือที่ควรออกหาปลา กลับต้องจอดนิ่งยาวนานถึง 345 วัน รายได้หายไปเกือบทั้งหมด ขณะที่รายจ่ายยังคงเดินต่อ

📌จากความหวัง…สู่ความไม่แน่นอน
แกนนำชาวประมงเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้รับสัญญาณเชิงบวกว่าจะมีการดูแลและหาทางออกร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงต่อใบอนุญาตล่าสุด กลับพบว่ามีการออกเกณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการ จำกัดวันทำการประมงเหลือเพียง 20 วัน สร้างความตกใจและความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่
หลายฝ่ายมองว่า มาตรการดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง และส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพของประชาชน

📌ระยะทางที่ไกลขึ้น…ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
นอกจากข้อจำกัดด้านเวลา ชาวประมงยังสะท้อนถึงเงื่อนไขเรื่อง “พื้นที่ทำประมง” ที่ถูกกำหนดให้ออกไปไกลจากชายฝั่งประมาณ 30–40 ไมล์ทะเล
ระยะทางดังกล่าว อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีเกิดสภาพอากาศแปรปรวน หรือเหตุฉุกเฉินกลางทะเล ที่อาจไม่สามารถเดินทางกลับฝั่งได้ทันท่วงที
📌ต้นทุนพุ่งซ้ำ…น้ำมันแตะ 40.80 บาท
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์ คือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือประมงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับประมาณ 18 บาทต่อลิตร ปัจจุบันพุ่งขึ้นแตะ 40.80 บาทต่อลิตร ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน และมีการปรับขึ้นต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง
โดยเรือประมงหนึ่งลำมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 500 ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนผู้ประกอบการบางรายต้องลดปริมาณการใช้น้ำมันลง เพื่อประคองสถานะทางการเงิน

📌ทางออกที่ยังต้องรอคำตอบ
ข้อเรียกร้องของกลุ่มชาวประมงในครั้งนี้ คือการให้กรมประมงพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่ โดยเสนอให้ขยายระยะเวลาทำประมงเป็นประมาณ 200 วันต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของอาชีพ
ขณะที่อธิบดีกรมประมง ระบุเพียงว่า พร้อมรับฟังปัญหาและนำไปพิจารณาหาแนวทางร่วมกัน
📌เมื่อ “นโยบาย” ต้องสมดุลระหว่างทะเลกับชีวิตคน
กรณีนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์” และ “การดำรงชีพ”
เพราะในอีกด้านหนึ่งของตัวเลขและกฎระเบียบ
ยังมีชีวิตของผู้คนอีกจำนวนมากที่ผูกพันอยู่กับทะเล…และรอคำตอบจากนโยบาย





