ขนส่งฯประกาศปรับเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับการต่ออายุใบขับขี่ตามข้อแนะนำของแพทยสภา อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ ใบขับขี่ต่ออายุไม่เกิน 1 ปีได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องทดสอบความสามารถปฏิกิริยาทางเท้า ทดสอบเฉพาะสายตาทางกว้าง-ลึกเท่านั้น
นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎกระทรวง โดยอ้างอิงจากข้อแนะนำของแพทยสภา จึงได้กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติทดสอบสมรรถภาพร่างกายในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถ ณ สำนักงานขนส่ง ดังนี้
• การทดสอบการมองเห็นสี ทดสอบเฉพาะการขอรับใบอนุญาตขับรถในครั้งแรกเท่านั้น ในการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถไม่ต้องทดสอบการมองเห็นสี
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสำหรับกลุ่มผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ ที่ใบอนุญาตขับรถขาดต่ออายุไม่เกิน 1 ปี จะได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า โดยให้เข้ารับการทดสอบเฉพาะสายตาทางกว้างและทางลึกเท่านั้น
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลอายุ และยังคงต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า ควบคู่กับการทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกตามปกติ
• การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถกลุ่มผู้ที่ขาดต่ออายุใบอนุญาตขับรถเกิน 1 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับการทดสอบความสามารถของปฏิกิริยาทางเท้า และทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึกเช่นเดียวกัน
การปรับเกณฑ์ดังกล่าวนี้ มุ่งหวังที่จะช่วยลดภาระและประหยัดเวลาในการเดินทางมาติดต่อราชการของผู้ขับขี่ที่ยังมีสมรรถภาพร่างกายที่เหมาะสม

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบก ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา เพื่อเร่งพัฒนาระบบต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สมบูรณ์ ตามประกาศกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้การใช้งานมีความเสถียรและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการต่อใบขับขี่ออนไลน์เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ทางกรมฯ จะเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ ประกาศแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 หรือเว็บไซต์ www.dlt.go.th




