สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านระบบขนส่งพลังงานสะอาด รวมถึงการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบ EV Bus และ EV Boat ที่ให้บริการจริงในกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองเชิงปฏิบัติ หรือ Living Lab

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี KMITL และ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส และไทย สมายล์ โบ้ท เป็นผู้ลงนาม พร้อมผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน วิศวกรรม เทคโนโลยี ผังเมือง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เข้ากับระบบนิเวศการขนส่งพลังงานไฟฟ้าที่ดำเนินงานจริงของ TSB เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สำหรับกรอบความร่วมมือจะครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่
- การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้าน Smart Mobility และ Smart City รวมถึงการวัดผลด้านคาร์บอนและ ESG
- การพัฒนารูปแบบ การท่องเที่ยวทางน้ำเชิงยั่งยืน ที่เชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำและทางบก (Feeder System) โดยคำนึงถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชน
- การสร้างพื้นที่ Sandbox และ Living Lab เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง
- การพัฒนาบุคลากรผ่าน Project-Based Learning การฝึกงาน และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
- การเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ ผ่านเวทีวิชาการและกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับระบบขนส่งพลังงานสะอาดที่ดำเนินงานจริง เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมต่อประเทศ และเตรียมบัณฑิตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต
ขณะที่ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา กล่าวว่า กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ้ท มีเป้าหมายพัฒนาระบบการเดินทางแบบบูรณาการ (Integrated Mobility) ที่เชื่อมต่อโหมดการเดินทางต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือกับ KMITL จะช่วยยกระดับองค์ความรู้เชิงวิชาการสู่การใช้งานจริง และสนับสนุนการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อกำหนดแผนงานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ





