“เวลาและวารีมิได้มีไว้คอยใคร…”คือวรรคทองสอนใจแบบกลอนสุภาษิตไทยๆเปรียบกาลเวลาเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านไปแล้วไม่เคยย้อนกลับ ตอกย้ำเตือนสติให้เราๆท่านๆได้เร่งลงมือขับเคลื่อนหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง อย่ามัวแต่รอฤกษ์งามยามดี มิเช่นนั้นอาจพลาดปรารถนา…อนิจจาเพราะเราช้าไป!
เช่นเดียวกับวงล้อตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่เมืองไทยปี 2569 ที่หมุนล่วงเลยเกือบครึ่งปีแล้วท่ามกลางความท้าทายรอบคัน ทั้งปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจไทยยังติดหลุมฟื้นตัวช้า สำทับด้วยวิกฤติพลังงานจากพิษสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ผสมโรงด้ววภาวะหนี้ครัวเรือพุ่งสูง-กำลังซื้อถดถอย-การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด เป็น“โจทย์ใหญ่”ให้ทุกค่ายได้ฝ่าฟัน
ไปจับชีพจรวงล้อตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่เมืองไทยในทุกค่ายทุกสายพันธุ์หลังเปิดฟลอร์เซิ้งกลยุทธ์การตลาดปี 69 ผ่านมา 5 เดือนแรก(ม.ค.-พ.ค.) จากสถิติยอดขายรวมรวบรวมโดย บริษัท บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่ายอดขายทุกค่ายรวมอยู่ที่ 9,474 คันปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 30 % หากเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ 7,281 คัน
ณ ที่นี้ขอสาธกย่อยในไลน์อัพ 3 ค่ายผู้นำฝั่งเวทีญี่ปุ่น เริ่มจากมหาอำนาจยานยนต์จากแดนปลาดิบอย่าง“ค่ายอีซูซุ”ขาใหญ่ฉายา “King of Trucks”โกยยอดขายได้ 4,724 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วที่ 2,602 คัน
ส่วนพี่รอง“ค่ายฮีโน่”คู่ปรับตลอดกาลของพี่เบิ้มอีซูซุ สับเกียร์ดริฟต์ยอดขายได้ 2,602 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ 1,849 คัน

ขณะที่เบอร์ 3“ค่ายยูดี ทรัคส์”บรรจงแตะเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Escot สอยมาได้ 636 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่ 376 คัน
บรรดาไลน์อัพ 3 ค่ายรถใหญ่จากแดนซามูไรที่ว่ามานี้ พี่ใหญ่และพี่รองเสมือน“มวยคู่เอก”สังเวียนรถใหญ่แดนปลาดิบ ขออนุญาตละไว้ซึ่ง“ความยิ่งใหญ่และใหญ่ยิ่ง”ที่จะไม่กล่าวถึงมากนัก และขอละไว้ในฐานที่เข้าใจกันดี ทว่า ขอโฟกัสไปที่เบอร์ 3 ของตลาดอย่างค่ายยูดี ทรัคส์อีกหนึ่งรถบรรทุกพันธุ์แกร่งจากแดนปลาดิบในเมืองไทย

ย้อนหลังดูทิศทางการเติบโตเมื่อปี 2566 ยูดี ทรัคส์ ได้สาวพวงมาลัยพลางกดเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Escot โชว์ผลงานได้โดดเด่นเป็นสง่า ปั้มยอดขายทะลุถึง 1,410 คัน ถือเป็นตัวเลขการเติบโตเพิ่มถึง 47% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโตทุบสถิติในรอบ 5 ปีหลัง
เข้าปี 2567 ปีแห่งความท้ายทายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยเข้าสู่โหมด“สาละวันเตี้ยลง” ส่งผลกระทบต่อยอดขายรวมทุกค่ายในปีนี้ปรับตัวลดลงฮวบฮาบกว่า 30 % ทว่า ค่ายยูดี ทรัคส์ ยังฝ่าวงล้อมพิษเศรษฐกิจ-ตลาดหดตัวได้ดี สะสมยอดขายรวม 1,118 คันอีกหนึ่งปี พร้อมรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ได้ถึง 9%
ปี 2568 ปีแห่งฉลองวาระ ยูดี ทรัคส์ ครบรอบ 90 ปี ยูดี ทรัคส์ สะสมได้ 1,101 คัน ปรับตัวลดลงที่ 1.5% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือว่ายังรักษาอัตราเร่งการตลาดได้ดี-ไม่เสียดุลย์การทรงตัวมากนักหากเทียบอัตราเร่งตามแรงโน้มถ่วงของตลาดที่ดูอ่อนแรง

เปิดม่านปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายรอบคัน ยูดี ทรัคส์ ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่ Quester MY2026 ชูจุดเด่นเครื่องยนต์ 8 ลิตร 350 แรงม้า เกียร์ ESCOT หัวใจสำคัญกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในปีนี้ หวังตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ทั้งงานขนส่งระยะกลางและระหว่างภูมิภาค ด้วยดีไซน์ทันสมัย ผสานเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ถึง B30
Market Share เพิ่ม สะท้อนคุณภาพผลิตภัณฑ์-ความเชื่อมั่น
จากสถิติยอดขายที่ยูดี ทรัคส์โตพุ่งถึง 70% ใน 5 เดือนแรกอาจไม่ใช่บทสรุปยอดพีระมิดความสำเร็จในวันนี้ เพราะยังเหลือเวลาพิสูจน์ความท้าทายอีกครึ่งปี ทว่า การเพิ่มขึ้นยอดขาย-ส่วนแบ่งการตลาดคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ “ยูดี ทรัคส์”อย่างแท้จริง

สอดคล้องกับคำกล่าวของนางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว ประธานกรรมการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ที่ว่า
“จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายในประเทศไทย นับตั้งแต่ยูดี ทรัคส์ได้นำรถบรรทุกมาตรฐานยูโร 5 เข้าสู่ตลาด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท ฯ สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดแตะระดับ 10% ในปีที่ผ่านมา และเติบโตต่อเนื่องเป็น 12% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จากตัวเลขจดทะเบียนโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ยูดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งชั้นนำ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญตามยุทธศาสตร์การเติบโตของยูดี ทรัคส์”

อีกครึ่งปีจากนี้ไปเป็นบทพิสูจน์ความท้าทายค่ายยูดี ทรัคส์จะสาวพวงมาลัยพลางกดเกียร์ Escot รักษาอัตราเร่งการตลาด-ยอดขายก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคระหว่างทางพุ่งชนความสำเร็จ ณ ปลายปีมากน้อยเพียงใด
...กาลเวลาเท่านั้น…จะเป็นเครื่องตัดสิน!
:จิ้งเหลนอัคนี




