สถานการณ์ราคาน้ำมันกำลังกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ของภาคโลจิสติกส์ไทย หลัง นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า หากรัฐบาลเดินหน้าปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไปแตะเพดาน 33 บาทต่อลิตร ย่อมกระทบต้นทุนผู้ประกอบการโดยตรง และมีแนวโน้ม “ลามเป็นโดมิโน” ไปถึงราคาสินค้าในที่สุด
แม้จะเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ปรับขึ้นแบบพรวดเดียว แต่ใช้วิธี “ขึ้นแบบขั้นบันได” เพื่อลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ ทว่าหากราคาทะลุ 30 บาทต่อลิตรเมื่อใด ภาคขนส่งเตรียมเรียกประชุมสมาชิกทันที เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุน
📍 หมุดหมายสำคัญอยู่ที่วันที่ 18 มีนาคมนี้ กับการรวมตัวครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการรถบรรทุกในกิจกรรม “Truck Power” ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสะท้อน “วิกฤตพลังงาน + วิกฤตจราจร” ที่กำลังกดทับหัวใจโลจิสติกส์ไทย พร้อมส่งเสียงไปยังรัฐบาลให้ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ
🔥 4 ข้อเรียกร้องเดือดถึงรัฐ
สหพันธ์ฯ ยื่นข้อเสนอชัดเจน ได้แก่
• ตรึงราคาดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ต่ออีกอย่างน้อย 30 วัน
• ลดภาษีสรรพสามิตลง 3 บาท
• ทบทวนค่าการกลั่น
• ยกเลิกการอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ (ชี้ไม่เป็นธรรมต่อคนไทย)
💣 “ทุก 1 บาท = ต้นทุนพุ่ง 3%”
นี่คือจุดที่น่ากังวลที่สุด เพราะทุกการปรับขึ้นของดีเซล 1 บาท/ลิตร
➡️ ต้นทุนขนส่งเพิ่มทันที 3%
หากราคาขยับไป 32–33 บาท/ลิตร
➡️ ค่าขนส่งอาจพุ่ง 6–9%
และปลายทางของต้นทุนนี้…ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ “ผู้บริโภคทั้งประเทศ”
🚜 อีกมุมที่รัฐต้องฟัง
สหพันธ์ฯ ยัง “ไม่เห็นด้วย” กับมาตรการห้ามเติมน้ำมันใส่แกลลอน เพราะกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรทั้งรถไถ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรจำเป็นในภาคเกษตร
🎯 สัญญาณเตือนจากภาคขนส่ง
คำย้ำจากประธานสหพันธ์ฯ ชัดเจนว่า “รัฐบาลต้องเลือก…จะบริหารต้นทุน หรือจะผลักภาระให้ประชาชน”
หากยังไม่มีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน “การขึ้นค่าขนส่งทั่วประเทศ” อาจไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ทางจำเป็น”





